เกาสงขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดใหม่ มีทั้งท่าเรือประมงและตลาดมากมาย ดึงดูดนักชิมจำนวนมากให้มาลิ้มลอง อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญกับรายการอาหารที่ละลานตาและวิธีการคิดราคาที่แตกต่างกัน ควรจะสั่งอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด? การทำความเข้าใจ 3 กุญแจสำคัญ ได้แก่ ‘ราคาตามตลาด’ ‘การชั่งน้ำหนัก’ และ ‘วิธีการปรุง’ จะช่วยให้คุณสามารถสั่งอาหารทะเลคุณภาพเยี่ยมในราคาสุดคุ้มได้อย่างง่ายดาย
ร้านอาหารทะเลหรือแผงลอยหลายแห่งในเกาสงใช้ระบบ ‘ราคาตามตลาด’ ซึ่งหมายถึงการกำหนดราคาตามสภาวะตลาดในแต่ละวัน ข้อดีของราคาตามตลาดคือคุณจะได้ทานอาหารทะเลที่สดใหม่และมีคุณภาพดีที่สุด แต่ราคามีความผันผวนสูง แนะนำให้สอบถามราคาของวัตถุดิบหลักประจำวันจากทางร้านก่อนเข้าร้าน และควรให้ความสนใจเป็นพิเศษกับรายการที่มีราคาสูง (เช่น ปลาเก๋า ปลาหมึกยักษ์ ปูหิมะ) เพื่อหลีกเลี่ยงการสั่งอาหารที่เกินงบประมาณ
ขณะสั่งอาหาร คุณอาจถามเพิ่มเติมว่า ‘วัตถุดิบสำหรับเมนูนี้หนักกี่ชั่ง?’ หรือ ‘สามารถเลือกขนาดได้หรือไม่?’ บางร้านมีตัวเลือกขนาดที่แตกต่างกัน ซึ่งราคาอาจต่างกันหลายร้อยบาท การเลือกขนาดที่เหมาะสมตามจำนวนผู้รับประทานและปริมาณความหิว จะช่วยป้องกันความสิ้นเปลืองได้
นอกเหนือจากอาหารตามราคาตลาด วิธีการคิดราคาแบบ ‘ชั่งน้ำหนัก’ ที่พบได้ทั่วไปในตลาดเกาสง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับปู กุ้ง หอย ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกได้เอง จากนั้นทางร้านจะทำการชั่งน้ำหนักและคิดราคา ณ จุดนั้น สิ่งที่ควรให้ความสนใจมีดังนี้:
ประการแรก ตรวจสอบเกณฑ์การชั่งน้ำหนัก ตัวอย่างเช่น ปูมักจะคิดราคาเป็น ‘ตัว’ แต่บางร้านอาจคิดราคาเป็น ‘ชั่ง’ หรือ ‘กิโลกรัม’ สำหรับกุ้ง มักจะขายเป็น ‘ถ้วย’ หรือ ‘กล่อง’ ในปริมาณคงที่และราคาคงที่ สำหรับหอย (เช่น หอยเชลล์ หอยลาย) มักจะชั่งน้ำหนักเป็น ‘ชั่ง’ หรือ ‘กิโลกรัม’ แนะนำให้ศึกษาข้อมูลราคาตลาดล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการประเมินราคาผิดพลาด
ประการที่สอง สังเกตว่ามี ‘ค่าบริการปรุงอาหาร’ หรือไม่ บางร้านอาจคิดค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับการปรุง เช่น นึ่ง ทอด หรือต้ม โดยเฉพาะในตลาดอาหารทะเลหรือร้านอาหารแบบบริการตนเอง ก่อนสั่งอาหาร ควรถามให้แน่ใจว่า ‘วัตถุดิบที่ชั่งน้ำหนักนี้ มีค่าบริการปรุงอาหารแยกต่างหากหรือไม่?’ เพื่อหลีกเลี่ยงการพบว่างบประมาณเกินเมื่อชำระเงิน
วิธีการปรุงอาหารทะเลในเกาสงมีความหลากหลาย ตั้งแต่การนึ่ง ทอด ทำโจ๊ก ไปจนถึงการผัด แต่ละวิธีส่งผลต่อรสชาติและราคา หากต้องการเพิ่มความคุ้มค่าสูงสุด แนะนำให้เลือก ‘การนึ่ง’ หรือ ‘การต้มแบบดั้งเดิม’ เป็นอันดับแรก วิธีการทั้งสองนี้สามารถดึงรสชาติดั้งเดิมของอาหารทะเลออกมาได้ดีที่สุด และโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรุงรสเพิ่มเติมหรือขั้นตอนที่ซับซ้อน ทำให้ค่าบริการปรุงอาหารค่อนข้างเป็นมิตร
หากงบประมาณเพียงพอ สามารถลองปรุงแบบ ‘ทอด’ หรือ ‘ผัดร้อน’ ได้ เช่น กุ้งทอดพริกไทยเกลือ ปลาหมึกทอด หรือปลาหมึกผัดซอสสามรส อาหารประเภทนี้แม้จะมีรสชาติเข้มข้น แต่การทอดจะเพิ่มค่าน้ำมัน และการผัดร้อนอาจใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงรสมากขึ้น ทำให้ราคารวมสูงขึ้น แนะนำให้สั่งอาหารโดยเน้น ‘การนึ่งเป็นหลัก และการผัดร้อนเป็นรอง’ เพื่อให้ได้ลิ้มรสชาติแบบดั้งเดิม พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับรสชาติที่หลากหลาย
อีกเคล็ดลับในการประหยัดเงินคือการเลือก ‘เมนูประเภทซุปและโจ๊ก’ โจ๊กทะเลหรือซุปทะเลในเกาสงมักจะใช้วัตถุดิบตามราคาตลาดเป็นฐาน ผสมกับข้าวหรือผักเคี่ยวจนได้ที่ หนึ่งชามก็อิ่มท้องแล้ว เช่น ‘โจ๊กปลาเก๋า’ หรือ ‘แกงทะเล’ มักจะมีราคาเป็นมิตร และยังได้ทานอาหารทะเลหลากหลายชนิด เหมาะสำหรับเพื่อนที่มีงบจำกัดแต่ต้องการทานอาหารที่อุดมสมบูรณ์
หากต้องการทานอาหารทะเลในเกาสงให้คุ้มค่ามากขึ้น สามารถอ้างอิงจากพฤติกรรมของคนท้องถิ่นได้ดังนี้: ในช่วงเย็น การไปร้านอาหารรอบท่าเรือประมง มักจะมีโปรโมชั่น ‘จับสด ปรุงสด’; หากไปตลาดแบบดั้งเดิม สามารถซื้อโดยตรงจากแผงขายปลา แล้วให้ร้านอาหารเล็กๆ ใกล้เคียงช่วยปรุงให้ ซึ่งมักจะคิดค่าบริการปรุงอาหารเพียงเล็กน้อย
สุดท้าย อย่าลืมสังเกต ‘เมนูแนะนำประจำฤดูกาล’ ของร้าน อาหารทะเลในเกาสงแต่ละฤดูกาลแตกต่างกัน เช่น ปลาตะเพียนในฤดูใบไม้ผลิ ปลานิลในฤดูร้อน ปลาซาร์ดีนในฤดูใบไม้ร่วง ปลานกแก้วในฤดูหนาว ล้วนเป็นวัตถุดิบที่ออกตามฤดูกาลและมีราคาค่อนข้างสมเหตุสมผล การสั่งอาหารทะเลตามฤดูกาลไม่เพียงแต่สดใหม่ แต่ยังคุ้มค่าที่สุด
การทำความเข้าใจหลักการข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นการสังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือการเดินทางกับครอบครัว คุณจะสามารถทานอาหารทะเลในเกาสงได้อย่างชาญฉลาดและพึงพอใจ ครั้งต่อไปที่มาเกาสง ลองสั่งปลาเก๋านึ่งประจำฤดูกาลสักจาน โจ๊กทะเลสักชาม พร้อมกุ้งขาวเนื้อเด้งสักสองสามตัว เพื่อเพลิดเพลินกับความอร่อยสดใหม่จากทะเลในแบบที่คุ้มค่าที่สุด
สำรวจเทรนด์บุฟเ…
อาหารอร่อยราคาป…
สำรวจเทรนด์อาหา…